การชำระเงินดิจิทัลยังคงขยายตัวต่อเนื่องในฟิลิปปินส์ โดยธุรกรรมผ่าน InstaPay และ PESONet มีมูลค่ารวมสูงกว่า 10 ล้านล้านเปโซ ณ สิ้นเดือนเมษายน ตามข้อมูลจากธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP)
ในช่วงสี่เดือนแรกของปี มูลค่ารวมของการโอนเงินผ่าน InstaPay และ PESONet อยู่ที่ 10.388 ล้านล้านเปโซ เพิ่มขึ้น 45.38% จาก 7.145 ล้านล้านเปโซในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานหันมาใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสดมากขึ้น โดยปริมาณธุรกรรมผ่านช่องทางการชำระเงินทั้งสองเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า (225.1%) เมื่อเทียบรายปี เป็น 2.721 พันล้านรายการ ณ สิ้นเดือนเมษายน จาก 837.118 ล้านรายการในช่วงก่อนหน้า
เมื่อแยกรายละเอียด มูลค่าธุรกรรม InstaPay พุ่งขึ้น 62.71% เป็น 5.093 ล้านล้านเปโซ จาก 3.13 ล้านล้านเปโซเมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ศูนย์หักบัญชีบันทึกปริมาณธุรกรรมพุ่งสูงขึ้นในช่วงดังกล่าว โดยเพิ่มขึ้น 234.95% เป็น 2.68 พันล้านรายการ จาก 799.971 ล้านรายการในปีก่อนหน้า
ในทางกลับกัน การโอนเงินผ่าน PESONet มีมูลค่ารวม 5.295 ล้านล้านเปโซ ณ สิ้นเดือนเมษายน สูงกว่า 4.015 ล้านล้านเปโซ อยู่ 31.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปริมาณธุรกรรม PESONet ยังเพิ่มขึ้น 12.89% ต่อปี เป็น 41.938 ล้านรายการในช่วงสี่เดือน จาก 37.148 ล้านรายการในช่วงก่อนหน้า
InstaPay และ PESONet เป็นศูนย์หักบัญชีอัตโนมัติภายใต้กรอบระบบการชำระเงินปลีกแห่งชาติของธนาคารกลาง
InstaPay เป็นระบบโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์มูลค่าต่ำ สำหรับธุรกรรมสูงสุด 50,000 เปโซ และส่วนใหญ่ใช้สำหรับการโอนเงินและพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่ PESONet ใช้สำหรับธุรกรรมมูลค่าสูงเป็นหลัก และถือได้ว่าเป็นทางเลือกอิเล็กทรอนิกส์แทนเช็คกระดาษ
ณ สิ้นเดือนเมษายน มีผู้เข้าร่วม InstaPay จำนวน 94 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ออกเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช่ธนาคาร ส่วน PESONet มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 124 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นธนาคารพาณิชย์และธนาคารสากล
BSP ต้องการให้การชำระเงินดิจิทัลคิดเป็น 60%-70% ของปริมาณธุรกรรมการชำระเงินปลีกทั้งหมดภายในปี 2028 สอดคล้องกับแผนพัฒนาฟิลิปปินส์
ในปี 2024 การชำระเงินออนไลน์คิดเป็น 57.4% ของปริมาณ และ 59% ของมูลค่าธุรกรรมการค้าปลีกรายเดือนทั้งหมดของประเทศ ตามรายงานสถานะการชำระเงินดิจิทัลในฟิลิปปินส์ประจำปี 2024 ของ BSP — Katherine K. Chan


